“อากิระ นิชิโนะ” สามเกมกับแมตช์แข่งขันจริง

admin

ผ่านไปสามเกมกับแมตช์แข่งขันจริง และ 1 เกม ในการอุ่นเครื่อง ชื่อของ “อากิระ นิชิโนะ” เฮดโค้ชญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ถูกพูดถึงไปทั่วประเทศ

ผ่านไปสามเกมกับแมตช์แข่งขันจริง และ 1 เกม ในการอุ่นเครื่อง ชื่อของ “อากิระ นิชิโนะ” เฮดโค้ชญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ถูกพูดถึงไปทั่วประเทศ

วินาทีแรกกับการเซ็นสัญญากับกุนซือเลือดซามูไร เสียงค่อนแคะมีให้เห็นอยู่เนืองๆ ว่าสมาคมฯฟุตบอล คิดดีแล้วหรือ เม็ดเงินก้อนโตสำหรับค่าเหนื่อยของชายคนนี้ที่หว่านลงไปมันคุ้มหรือไม่  

เอาล่ะ ตอนนี้ฟุตบอลชนะ อะไรๆ มันก็ดูสวยงามไปหมด ในระยะยาวเราคงไม่อาจรู้ได้ ว่าผลงานของทีมไทยจะไปยืนอยู่ตรงไหนภายใต้การนำของ นิชิโนะ

แต่ ณ เวลานี้ เมื่อเรามองอย่างละเอียดเราจะเห็นได้ว่า “นิชิโนะสไตล์” ที่ถูกนำมาใช้กับทีมชาติไทยยุคใหม่ ยุคปัจจุบัน มีจุดไหนบ้างที่แสดงออกถึงความมีกึ๋นและได้ใจทั้งจากนักเตะ และ จากแฟนบอลชาวไทยกันบ้าง?

1. เดินทางไปชมเกมลีกในทุกๆ นัด

มันไม่สามารถอธิบายเป็นรูปธรรมได้หรอกว่าการออกไปชมเกมในสนาม จะการันตีว่าทุกอย่างผ่านตาเขาหมด แต่ตามหลักแล้ว การที่คุณได้เป็นกุนซือใหญ่ทีมชาติ การเดินทางไปดูเกมในสนามมันไม่ใช่แค่การไปดูฟอร์มนักเตะที่น่าสนใจ แต่มันยังหมายถึงการทำให้นักเตะที่อยู่ในสนามมีพลังพิเศษที่อยากจะโชว์ อยากจะแสดงศักยภาพของตัวเองให้ผู้เป็นโค้ชเห็นต่อหน้าต่อตา

2. เลือกนักเตะด้วยฟอร์มปัจจุบันอย่างแท้จริง

ก่อนหน้านี้มีเสียงบ่น เสียงก่นด่ามากมาย สำหรับการเรียกนักเตะมาสู่รั้วทีมชาติ บ้างก็บ่นว่าหน้าเดิมๆ ติดมันทั้งปีทั้งชาติ เล่นไม่ดีก็ติด นั่งสำรองก็ติด เล่นห่วยยังติดเพราะกินบุญเก่า มายุค “ลุงโนะ” เรื่องนี้ค่อนข้างเคลียร์นะ เพราะจากนักเตะในยุคของเขา จะเห็นได้ว่า ใครฟอร์มดีฟอร์มแรง แกเรียกมาติดหมด ที่สำคัญยังมอบโอกาสให้ลงสนามอีกด้วย ตัวอย่างชัดแจ้งคือ การที่เราได้เห็นผู้เล่นอย่าง นิติพงษ์ เสลานนท์, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, เอกนิษฐ์ ปัญญา และ สุภโชค สารชาติ แค่นี้ก็น่าจะบอกได้ว่าแฟร์มั้ยล่ะครับ!

3. ชื่อเล่นนักเตะสำคัญตรงไหน?

อากิระ นิชิโนะ คือคนญี่ปุ่น ถ้าไม่ทำการบ้าน หรือใส่ใจในรายละเอียดตรงนี้ คงไม่ใช่คนญี่ปุ่นแน่นอน ฮ่าๆ และในเวลานี้ นิชิโนะ เรียกนักเตะไทยด้วยชื่อเล่นทั้งสิ้น อุ้ม, มุ้ย, เจ, เฟย, บุ๊ค, เช็ค โอ๊ย…น่ารักซะไม่มีอะ

4. รู้ศักยภาพนักเตะไทย

ข้อนี้พูดกันตรงๆ เขาคงมอง คิด ทบทวนก่อนที่จะตัดสินใจรับงานหินครั้งนี้แล้วล่ะ 3 นักเตะในเจลีก ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมทั้ง ธีราทร, ชนาธิป หรือ ฐิติพันธ์ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจครั้งนี้ พอมาถึงหน้างาน แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่การที่มีสมาคมฯคอยหนุนหลังเต็มที่ อยากได้อะไรจัดให้หมด ขออย่างเดียวทำงานเพื่อพลิกฟอร์มทีมชาติไทยให้ออกมาดี

จาก 4 เกมที่ผ่านมา คำตอบชัดเจนในฟอร์มการเล่นว่า นิชิโนะ สามารถเค้นฟอร์มของนักเตะออกมาแบบหมดจด  เอกนิษฐ์, พิธิวัต หรือ สุภโชค ต่างก็ควักฟอร์มที่มีอยู่ในตัวออกมาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่แหละเป็นจุดสำคัญที่เราต้องไม่ลืมว่า นิชิโนะ สามารถแก้ปัญหาในข้อนี้ได้

5. ไม่ยึดติดกับนักเตะ ทุกคนอยู่ได้ด้วยระบบ

ข้อกังวลเรื่องการบาดเจ็บของ “เจ้าเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก่อนเกมอุ่นเครื่องกับคองโก และ เกมคัดบอลโลก ที่ ไทย ชนะ ยูเออี กลายเป็นเรื่องที่หลายคนพูดถึง เพราะการขาดแกนหลักอย่างชนาธิป ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับทีมชาติไทย นิชิโนะ ได้ทำให้เห็นถึงการเล่นรูปแบบใหม่ ที่ไม่ยึดติดกับผู้เล่นเพียงคนเดียว แต่นิชิโนะ ทำให้เห็นว่า ผู้เล่นที่เขาเรียกมาสามารถร่วมกันเล่น ทดแทนการหายไปของเจ้าเจได้อย่างสบาย ไม่เพียงเท่านั้น แม้จะมีข้อจำกัดในการเก็บตัว แต่ผลงานที่ออกมาถือว่ายอดเยี่ยมและน่าชื่นชม

6. ทีมชาติไทยกับการเล่นบอลเพรสซิ่ง (Pressing)

เท่าที่จำความได้ การเล่นเกมแบบเพรสซิ่ง หรือการกดดันคู่แข่งขณะที่เขาครองบอล ไม่ได้เกิดขึ้นในสีเสื้อของทีมชาติไทยเลย จนมาได้เห็นแบบเต็มสองตาในเกมกับคองโก และชัดเจนเป็นทวีคูณในเกมที่เราเอาชนะ ยูเออี 2-1 ระบบการไล่บอลของทีมไทยในเกมเมื่อวาน ทรงประสิทธิภาพมากๆ ที่สำคัญการไล่กดดันสูงแบบนี้ ถ้าไม่ซ้อมแบบไม่เป็นระบบ บอกเลยว่าพังเอาง่ายๆ

แต่ทีมชาติไทย ได้ทำในสิ่งที่แฟนบอลหลายคนมองได้ว่านี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หลังการมาของ นิชิโนะ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้เห็นฟอร์มการเล่นที่ครบเครื่องของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เฉกเช่นนี้

7. เหลิงคือ?

อากิระ นิชิโนะ พูดชัดเจนนะครับว่า เกมคัดบอลโลกผ่านมาแค่สามเกมเองนะ วันนี้ ตอนนี้ เราทำได้ตามที่เราหวังไว้ จากนี้ไปก็แค่ทำงานให้หนัก มองเป็นจุดๆ ไป ซึ่งจากที่เขาพูด ก็ไม่มีจุดไหนที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาผยองตนว่า กูเจ๋ง ว่ากูเก่งกว่าใคร

แต่ในทางกลับกัน แฟนบอลชาวไทยเองก็ต้องเข้าใจนะครับว่า ทัวร์นาเมนท์นี้ยังอีกไกล นิชิโนะ เองก็เพิ่งมารับงานเพียงแค่ 4 เกม ความคาดหวัง เสียงชม เสียงสรรเสริญ เอาแค่พอประมาณ ในฐานะกองเชียร์ เราทำได้ดีที่สุดคือส่งกำลังใจ ร่วมเชียร์ ร่วมสนับสนุนทีมชาติไทยด้วยพลังในสนามดีกว่าครับ เรื่องการวิจารณ์ คำติเตียนก็เอาแค่พอหอมปากหอมคอ

ฟุตบอลคือกีฬาแห่งความสุข มีวันผิดหวัง มีวันสมหวัง สุดท้ายเราก็ต้องอยู่กับมัน

ทำไงได้ครับนี่คือทีมชาติไทยของเรา ใครๆ ก็อยากเห็นทีมชาติของเราไปให้ถึงฝั่งฝัน ผมเองก็เป็นอีกคนที่หวังจะเห็นทีมชาติไทยของเราเดินทางไปให้ไกลที่สุดในฟุตบอลโลกครับ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

เรียกแข้งไทยรวมพลเข้าแคมป์ซ้อมแล้ว

ล่าสุดมีการเปิดเผยแล้วว่า มินิแคมป์ของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ หลังจบไทยลีก 2019 จะเกิดขึ้นในช่วง 31 ต.ค.-3 พ.ย. จากนั้นปล่อยให้นักเตะได้กลับไปอยู่กับครอบครัว เพราะ เทรนเนอร์ชาวญี่ปุ่น ไม่ต้องการให้ผู้เล่นมีความเครียดมากเกินไป รวมทั้งยังเป็นการรอครบทีมกรณที่มีแข้งจาก การท่าเรือ เอฟซี และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่จะต้องเล่นนัดชิงชนะเลิศ ช้าง เอฟเอคัพ วันที่ 2 พ.ย. เข้ามาอยู่ในทีม
ballthainews01

You May Like

Subscribe US Now